YAH!

Young at Heart

  • #013

    ปีนี้ Adidas เค้าขยันทำการตลาดน่าดู หลังจากเราได้เห็นการจับมือกับวงร็อครุ่นเก๋าอย่าง Oasis ออก merchandise ให้แฟนๆ ได้ตามล่ากันอย่างโหดเหี้ยม ล่าสุดนี้ก็เพิ่งปล่อยงานวิดีโอเท่ๆ อีกสองตัวเพื่อรันแคมเปญที่มีชื่อว่า ‘Superstar | Adidas Originals’ โดยจะเป็นการเชื่อมต่อรองเท้ารุ่น Superstar ซึ่งเป็นรุ่นขายดีตลอดกาลของ Adidas เข้ากับแนวคิดของ Brand Platform ที่มีชื่อว่า ‘The Original’

    ส่วนตัวในตอนแรกต้องบอกว่าดูแล้วรู้สึกงงๆ เหมือนต้องบวกเลขในหัวนิดหน่อยว่าพี่แกจะโยงไปเรื่องอะไร55 สรุปคือพยามจะสื่อถึงความเป็นต้นฉบับ ความไม่เหมือนใคร เป็นตัวของตัวเอง ผ่านรองเท้าที่อยู่เหนือกาลเวลาอย่าง ‘Superstar’ ที่ถูกสวมใส่โดย icon ต่างยุค ต่างสมัย และหลากหลายวงการ อืมม… พอจะเข้าใจคอนเซ็ปต์แหละนะ เชื่อว่าตอนคิดงานคงพยามหามุมขายกันหัวแตก แต่พอเอามาแปะรวมกันเหมือนมันไม่ค่อยสมูทยังไงไม่รู้

    เอาเป็นว่าที่พูดถึงไม่ใช่อะไร แบรนด์ Adidas ก็ไม่ใช่แบรนด์โปรดเรา เพียงแต่วิดีโอบน Youtube มันเด้งขึ้นมาโดยบังเอิญแล้วเห็นว่าค่อนข้างน่าสนใจ งานภาพนำเสนอด้วยเสน่ห์และพลังของภาพขาวดำ แถมมีนักแสดงคนโปรดของเราอย่าง Samuel L. Jackson กับนุ้ง Jennie Kim ร่วมด้วย (คนหลังนี่น่ารักดี 55) แม้ยอดวิวจะไม่ได้มากมายอะไร แต่ก็น่าสนใจอยู่ดี ว่า Adidas จะเดินต่อไปในทิศทางไหน ท่ามกลางยุคสมัยของแฟชั่นที่หมุนเปลี่ยนกันราวกับพายุ

    Pyramids: https://www.youtube.com/watch?v=Bxm29mRZN0M
    Clocks: https://www.youtube.com/watch?v=0i3ryZcv1PU

  • #012

    ช่วงนี้ภาพยนตร์เรื่อง 5 Centimeters Per Second ฉบับ Live-Action เริ่มทยอยปล่อยตัวอย่างออกมาเรื่อยๆ ซึ่งตอนที่ได้เห็น Teaser ตัวแรกก็น่าสนใจดีในแง่ของวิชวลที่เป็นภาพฟุ้งๆ ชวนฝัน แต่โดยรวมก็ยังเฉยๆ อยู่ 55 ซึ่งเดาว่าแฟนส่วนใหญ่ของอาจารย์ชินไคน่าจะรู้สึกคล้ายๆ กันแหละมั้ง เพราะอนิเมะมันสมบูรณ์ในตัวของมันเองตั้งแต่เวอร์ชันต้นฉบับแล้ว เพียงแต่ทางฝั่งทีมผู้จัดเค้าคงเห็นช่องทางทำเงิน 55 รวมถึงความเป็นไปได้ของรสชาติใหม่ๆ ในอีกรูปแบบนึง

    ว่ากันด้วยจุดแข็งของ 5 เซนฯ คือมวลความเหงาและวิธีเล่าอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของอาจารย์ชินไค ซึ่งยากเกินกว่าจะเลียนแบบแล้วทำออกมาได้ถึงขนาดนั้น แม้แต่ตัวอาจารย์เองเราว่าให้ทำเหมือนเดิมก็คงทำไม่ได้ ราวกับป็นสิทธิ์พิเศษเฉพาะช่วงวัยและตัวตนของเค้าในขณะนั้น อย่างไรก็ตามยังมีอีกสิ่งนึงที่เป็นเสมือนจิตวิญญาณของอนิเมะเรื่องนี้ นั่นคือบทเพลงที่มีชื่อว่า ‘One More Time, One More Chance’

    นี่คือสิ่งที่ทำให้ 5 Centimeters Per Second ฉบับ Live-Action กลับดูมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ และเชื่อมต่อกับโลกอันเปล่าเปลี่ยวที่เราคุ้นเคย โลกใบที่ทำให้เราซึมเป็นส้วมเมื่อครั้งยังเด็ก 55 กับความรู้สึกว่าชีวิตแม่งก็ยังงี้สินะ ตัวเพลงอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกโหยหาพร้อมท่วงทำนองหม่นเศร้า ซึ่งชินไคก็ฉลาดพอที่จะเลือกจับเอาสิ่งนั้นมาใส่ไว้ในผลงานของตัวเองจนทำให้อนิเมะเรื่องนี้ครบถ้วนในทุกมิติตามที่เขาต้องการ ณ จุดที่ภาพและเสียงได้หลอมรวมกันในระดับที่มีคนบอกว่า ถ้าหนังเรื่องนี้(ฉบับคนแสดง)ไม่มีเพลง One More Time, One More Chance มันก็ไม่ใช่ 5 เซนฯ

    5 Centimeters Per Second ฉบับ Live-Action มีกำหนดฉายในญี่ปุ่นวันที่ 10 ตุลาคม 2025 แม้ข่าวคราวในไทยจะยังไม่มีความเคลื่อนไหว แต่คิดว่า Distributor คงไม่พลาดแน่นอน ใครอยากดิ่งกันอีกรอบก็รอติดตามข่าวสารกันให้ดีๆ แล้วไปดูกันว่าความเร็วของกลีบซากุระที่จะร่วงหล่นในคราวนี้ จะพาใจเราไปได้ไกลขนาดไหน

    🫣

    Trailer: https://www.youtube.com/watch?v=OOc1k8liv08

  • #011

    ในที่สุด Oasis Live ’25 Tour ก็เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ถือเป็นการเปิดตัวงานมหกรรมคอนเสิร์ตครั้งยิ่งใหญ่หลังจากที่พวกเค้าประกาศแยกวงกันไปเมื่อปี 2009 โดยเริ่มจัดที่เมืองคาร์ดิฟฟ์ ประเทศเวลส์ เป็นที่แรก ก่อนจะเดินสายไปยังอังกฤษ ไอร์แลนด์ อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ และโซนเอเชีย บลาๆๆ ต่อไป

    กลับมาคราวนี้พวกเขายังใช้เพลงร็อค instrumental ดิบๆ อย่าง ‘Fuckin in the Bushes’ เป็นเพลงเปิดตัวเหมือนคอนเสิร์ตเมื่อครั้งอดีต ซึ่งช่วยปลุกเร้าความคลั่งให้กับแฟนๆ ได้เป็นอย่างดี ชวนให้นึกถึงบรรยากาศของวัยรุ่นหัวขบถตามท้องถนนของประเทศอังกฤษในยุค ’90 เมื่อดนตรีจบลง สมาชิกวงก็ทยอยเดินออกมาจากฉากหลัง นำโดยสองพี่น้องสุดยียวนอย่าง Liam และ Noel Gallagher หลังจากนั้นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยมนต์ขลังก็เริ่มต้นขึ้น ตาม setlist จากรูปด้านบนที่อัดแน่นไปด้วยเพลงฮิตระดับตำนานที่สามารถสั่นสะเทือนไปถึงดวงจันทร์

    อย่างไรก็ตาม ก่อนงานรื่นเริงจะเริ่มขึ้นเพียงไม่กี่วัน ได้เกิดเหตุการณ์น่าเศร้าที่ทำเอาเหล่าแฟนบอลน้ำตาตกไปทั่วโลก เมื่อ Diogo Jota กองหน้าสังกัด Liverpool FC ได้ประสบอุบัติเหตุและเสียชีวิตลงกระทันหัน เป็นเหตุการณ์ยากที่จะเชื่อและทำใจรับไหว และถึงแม้สองพี่น้องสุดกวน Noel กับ Liam จะเป็นแฟนทีม Manchester City ระดับเข้มข้นแบบสุดขั้วหัวใจ พวกเขาก็ยังร่วมไว้อาลัยแก่โศกนาฏกรรมในครั้งนี้ โดยการขึ้นรูปของ Jota ระหว่างเพลง ‘Live Forever’ ราวกับเป็นการประกาศแก่ทุกๆ คน ว่า “จิตวิญญาณของเขาจะยังคงอยู่ตลอดไป”

    😢

  • #010

    เออ คือบางทีวันเสาร์ต้องการแค่นี้แหละ นอนตื่นสาย เดินไปว่ายน้ำ ทำอาหารกิน แล้วเอนกายดูหนังดีๆ ซักเรื่องกับแสงยามบ่ายที่ลอดผ่านมาทางหน้าต่าง ครบสูตรการพักผ่อนที่ควรจะเป็น ถึงแม้ช่วงหัวค่ำจะต้องลุกมาเปิดคอมทำงานก็เถอะ เฮ้อ บัดซบจริงๆ เลย… (น้ำเสียงแบบ สมบัติ เมทะนี)

    🙈

    ดิสอิสอะ Bibim-guksu เวอร์ชันโมดิฟายบายมี~

  • #009

    ต่อจาก Oasis ก็ตามด้วย Linkin Park คิดว่าหลายๆ คนน่าจะรู้กันแล้วว่าวง Linkin Park ได้นักร้องนำใหม่เป็นสาวเท่เสียงแซ่บนามว่า Emily Armstrong ซึ่งเปิดตัวด้วย single ที่มีชื่อว่า Two Faced พร้อมมิวสิควิดีโอ และถ้าจำไม่ผิด ณ ตอนนั้นก็ดูเหมือนกระแสจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ (แต่ส่วนตัวไม่ได้ติดนะ เพลงก็มันส์ดี แถมเพราะด้วย ไม่รู้คนเค้ามีปัญหาอะไรกัน)

    อีกสิ่งนึงที่เราไม่เคยรู้มาก่อนคือแฟนเพลงต่างชาติเค้าแซวกันเรื่องเนื้อเพลงมาซักพักแล้ว ด้วยความที่คำร้องท่อนนึงมันร้องประมาณว่า “Two faced caught in the middle” แฟนเพลงกลับได้ยินเป็น “Toothpaste caught in the lidl” อนึ่ง Lidl เนี่ย มันคือเครือซุปเปอร์มาร์เก็ตแบรนด์ใหญ่ของประเทศเยอรมัน ซึ่งสินค้ามักจะเป็นของราคาถูกแต่คุณภาพดี (หูพวกเอ็งก็นะ!) ซึ่งไอ้กระแสนี้มันคงเป็นมีมดังประมาณนึงมั้ง จนไปเข้าหูน้อง Emily Armstrong เข้า

    นั่นทำให้เมื่อทางวง Linkin Park ได้โอกาสไปทัวร์วง ณ เมือง Düsseldorf ประเทศเยอรมนี ขุ่นน้อง Emily เลยจัดเต็ม ใส่ tracksuit ที่เป็นสินค้าของ Lidl ขึ้นโชว์แม่มซะเลย แล้วดูสิคะ ผลที่ออกมา ทำไมมันชั่งเท่เกินหน้าเกินตา! 55 สำหรับใครที่ไม่รู้ ชุดวอร์มตัวนี้สนนราคาอยู่ที่ชุดละราวๆ 20 เหรียญเท่านั้น นั่นทำให้โชว์ครั้งนี้เป็นกระแสบนโลกอินเตอร์เน็ตทันที ในแง่อารมณ์ขันของสาวสวยฟรอนท์แมนคนใหม่ของวง และความกล้าในการแหกขนบของภาพลักษณ์ร็อคเกอร์ระดับเวิร์ลคลาสที่ไม่จำเป็นต้องสวมใส่เครื่องแต่งกายราคาแพงขึ้นคอนเสิร์ตเสมอไป

    ท้ายสุดนี้ตัวละครที่อยู่ๆ ก็โชคดีบุญหล่นทับไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นแบรนด์ Lidl นั่นเอง

    😎

  • #008

    ทำเอาเดี้ยงไปเป็นอาทิตย์ เมื่อวันนึงหลังเสร็จจากอาบน้ำกลางดึกแล้วรู้สึกมึนๆ บอกไม่ถูก ความคิดแว้บแรกคือ เอ๊ะ หรือกูแก่แล้ว 555 อาจจะอาบน้ำร้อนนานไปรึเปล่า ออกมาเจออากาศเย็นๆ ในห้องแอร์แล้วความดันในร่างกายมันเปลี่ยนกระทันหันอะไรงี้ เป็นการยำข้อมูลความรู้ในหัวที่มีอยู่น้อยนิดอย่างสิ้นหวัง

    ตื่นเช้ามาวันอาทิตย์ เอ๊ะ(รอบสอง) ทำไมกูยังมึนอยู่ รู้สึกเบลอๆ เหมือนคนเมา ไม่ถึงกับบ้านหมุน แต่ไม่ปรกติ เก็บเป็นความสงสัยติดตัวมาทำงานในกรุงเทพฯ อาการก็ยังไม่หาย เริ่มกังวลนิดๆ เพราะเพิ่งมีข่าวดาราสาวอายุน้อยเป็นสโตรค หรือว่าชั้นก็….

    ถึงวันศุกร์ตัดสินใจลางานไปหาหมอแม่งให้รู้แล้วรู้รอด เพราะดูทีท่าไม่น่าจะหายเอง แถมอาการมันเริ่มหนักข้อจนชวนกังวล เพราะหลังๆ เริ่มมีเสียง “วี๊~” ในหูด้วย ซึ่งหมอวินิจฉัยว่าน่าจะเป็น ‘ไวรัสที่เส้นประสาทหู’ โอ้มายก้อด แล้วอยู่ๆ กูเป็นได้ไงนี่ และกูเชื่อหมอได้ไม๊นี่ เพราะหมอก็ดูไม่ค่อยมั่นใจแต่อัดยามาให้แบบเต็มแม็กซ์ พร้อมพูดให้กำลังใจว่า “ถ้าสองอาทิตย์ยังไม่หายแสดงว่าไม่ใช่ละ” ขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง!

    นี่ก็ผ่านมาได้อาทิตย์นึงแล้ว เหลือเวลาวัดใจอีกหนึ่งอาทิตย์กับอาการที่ยังคงมึนอยู่หน่อยๆ แถมด้วยความงุนงงชวนง่วงเพราะฤทธิ์ยา เรียกว่าเมาแม่งไปหมด กินเบียร์แค่สี่ป๋องก็เหลวเป็นเยลลี่ละลายแดด เออ ประหยัดดีเหมือนกัน เสียอย่างเดียวมันชวนให้ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเพราะความไม่เต็มร้อยของสติ ไม่ว่าจะดูหนัง ออกกำลังกาย หรือแม้แต่มานั่งเขียน Blog แต่สุดท้ายก็ต้องพยามทำกิจวัตรให้เหมือนเคย ไม่งั้นหน้าตาไม่ดีแล้วยังมานั่งตาลอยน้ำลายยืดมันเสียลุค!

  • #007

    โคตรอัจฉริยภาพ เมื่อ adidas ฉวยโอกาสที่สองพี่น้อง Noel และ Liam Gallagher กลับมาจับมือกันอีกครั้งในรอบกี่ปีก็ไม่รู้เพื่อทัวร์คอนเสิร์ตภายใต้ชื่อ Oasis Live ’25 reunion tour ออกคอลเลคชั่น adidas Originals x Oasis Live ’25 มาขายของหาแดกมันซะเลย ซึ่งอานุภาพแม่งโคตรรุนแรง ทั้งดีไซน์ที่มีความคลาสสิคบ่งบอกถึงวัฒนธรรมแฟชั่นวัยรุ่นอังกฤษในยุค ’90 แถมดันมาพร้อมวงดนตรีขวัญใจของพวกเขาอีกต่างหาก นั่นทำให้เพียงแค่เปิดขายสินค้าได้ไม่กี่วัน เสื้อบางตัวก็ดันหมดซะแล้ว หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทางแบรนด์จะเติมของอย่างต่อเนื่อง

    อื้อฮือ เห็นแล้วเงินในกระเป๋ามันสั่นริกๆ ดูราคาผ่านๆ ในเว็บ ตัวละไม่ต่ำกว่าสองพันทั้งนั้น อยากได้เสื้อซัก 2 ตัว กับหมวกบักเก็ตอีกใบจะไหวไม๊ รวมราคาเบ็ดเสร็จแล้วปวดใจจริงๆ นอกจากคอลเลคชั่นเสื้อผ้าแล้ว adidas เค้ายังทุ่มทุนทำ short film โปรโมทแคมเปญอีกต่างหาก โดยวิดีโอตัวที่ว่านี้เป็นการรวมฟุตเทจงานคอนเสิร์ตเก่าๆ มิกซ์รวมกับที่ถ่ายขึ้นใหม่โดยมีเพลง Live Forever เป็นพระเอก

    ต้องบอกว่าทีมครีเอทีฟคิดคอนเซปงานออกมาได้แข็งแรงมากๆ ตั้งแต่ชื่อแคมเปญ Original Forever การเลือกใช้พรีเซนเตอร์และช่วงเวลาที่ถูกต้อง บวกกับสิ่งที่แบรนด์พยายามจะสื่อโดยการผูกเข้ากับเพลงของวงระดับตำนาน ชวนให้นึกถึงยุครุ่งเรืองของวันวานในอดีตที่จะยังคงอยู่ในตัวตนของเรา ไม่แปลกใจที่สินค้าในแคมเปญนี้จะขายดีเทน้ำเทท่า

    สำหรับใครที่สนใจ เสื้อผ้าคอลเลคชั่นนี้เริ่มขายทางออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา ส่วนตัวคิดว่า adidas น่าจะปล่อยขายยาวตลอดการทัวร์ของวง Oasis ซึ่งจะจบลงช่วงปลายปี 2025 เดาว่าของบางอย่างน่าจะมีรีสต็อคเรื่อยๆ และบางส่วนที่หมดแล้วหมดเลย ณ ตอนนี้ในไทยยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการจาก adidas แต่อย่างใด ว่าจะมีสินค้าเข้ามาไม๊ ใครอยากได้คงต้องใช้กำลังภายในรวมถึงบุญบารมีที่สั่งสมมาลองทักเพื่อนฝูงที่อยู่ต่างประเทศในช่วงนี้กันเอาเองนะจ๊ะ!

    😘

    Short Film ‘Original Forever’ : https://www.youtube.com/watch?v=N3r7c0OH9og

  • #006

    ช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสลองดูการ์ตูนเรื่อง Rick and Morty เพราะเค้าเอามาฉายให้ดูฟรีแบบถูกลิขสิทธิ์ใน Youtube ผ่านทางช่อง MrBoom คือได้ยินชื่อเสียงมาประมาณนึง แถมโด่งดังในระดับมีคนทำคอนเทนต์วิเคราะห์นู่นนี่ ไอ้เรานั่งดูเองก็ไม่ค่อยเก็ตหรอกว่ามันเสียดสีสังคมอเมริกันหรือลึกล้ำในแง่ปรัชญาวิทยาศาสตร์อะไรยังไง เพียงแต่ชอบความสัปดี้สัปดนและความตลกร้ายแบบเรียลๆ ของตัวละครในครอบครัว ซึ่งก็เพี้ยนสมกับที่ได้เรตติ้ง 16+

    จนกระทั่งดูมาถึงตอนที่ 10 ของ Season 2 ในช่วงท้ายหลังจากที่ริคพาครอบครัวหลบหนีการตามล่าของสหพันธ์กาแลคซี่มาได้ซักพัก เขาก็รู้สึกผิดและตัดสินใจเข้ามอบตัวเพื่อให้คนในครอบครัวรอด ทันใดนั้นเพลง Hurt จากวง Nine Inch Nails ก็ดังขึ้น… แม่งขนลุกทั้งตัว โคตรถูกที่ถูกเวลาและมีพลังมากๆ ซีนนี้ซีนเดียวทำให้เรามองการ์ตูน Rick and Morty เปลี่ยนไปนิดหน่อย เราได้เห็นตัวตนของริคในอีกมุมนึง นอกจากความไม่ยี่หระ เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง มองทุกอย่างรอบตัวเป็นเพียงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ เราไม่รู้หรอกว่าเขารักครอบครัวนี้มากแค่ไหน แต่คงมากพอที่จะทำให้ตัดสินใจเสียสละตัวเองเพื่อความปลอดภัยของทุกคน พร้อมกับบทเพลงท่อนที่ว่า “Everyone I know goes away / In the end” (ทุกคนที่ฉันรู้จักได้จากไป ในที่สุด)…

    ❤️

    ดู Rick and Morty : https://youtube.com/playlist?list=PLveg2ij10QkU1LbqsJ_xtR86qipXP9wss&si=Ua6z2KOyEDfcePZX

  • #005

    Mickey 17 (2025)
    Directed by Bong Joon Ho

    หนังแนว comedy / sci-fi เรื่องล่าสุดจากบองจุนโฮ ผกก.ดีกรีเจ้าของรางวัลออสการ์ปี 2020 ด้วยผลงานระดับ talk of the world อย่าง Parasite ที่พูดเรื่องความต่างทางชนชั้นได้อย่างเจ็บแสบ ปีนี้เค้ากลับมาด้วยผลงานใหม่ที่มีชื่อว่า Mickey 17 แสดงนำโดย โรเบิร์ต แพททินสัน ถึงแม้ว่าเราจะเป็นแฟนของทั้งผกก.และนักแสดงนำ แต่กลับรู้สึกเฉยๆ ตั้งแต่ได้ดูเทรลเลอร์ครั้งแรกด้วยความรู้สึกว่าจับต้นชนปลายไม่ค่อยถูกในแง่ของสิ่งที่หนังตั้งใจจะนำเสนอ

    เรื่องราวทั้งหมดถูกขับเคลื่อนโดยตัวละครชื่อว่า มิกกี้ บาร์น เขาเป็นตัวละครซื่อๆ เซ่อๆ ที่ถูกหักหลังโดยเพื่อนสนิทให้ไปกู้เงินมาทำธุรกิจขนมมาการอง แน่นอนว่าพวกเขาเจ๊ง และถูกตามล่าโดยแก๊งเจ้าพ่อเงินกู้ที่มีรสนิยมสุดวิตถาร นั่นทำให้เขาต้องหนีตายโดยการสมัครเข้าเป็นผู้ร่วมเดินทางในอวกาศเพื่อบุกเบิกดาวดวงใหม่ในฐานะ ‘มนุษย์ใช้แล้วทิ้ง’ มิกกี้จึงถูกเก็บตัวอย่าง DNA เอาไว้ และปรินท์ออกมาใหม่ทุกครั้งหลังเสียชีวิตจากการทดลอง หรือถูกใช้งานด้วยรูปแบบต่างๆ

    ภาพรวมของ Mickey 17 ให้ความรู้สึกเหมือนหนังทดลองที่เต็มไปด้วยความอึดอัด และต้องใช้ความอดทนอย่างยิ่งยวดระหว่างดู รวมถึงพยามสรุปใจความสำคัญของสิ่งที่หนังพยามสื่อ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าถ้าไม่ใช่ บอง จุน โฮ ที่เพิ่งคว้าออสการ์มา ค่ายหนังจะอนุมัติโปรเจคนี้ไม๊ เพราะตลอดความยาว 2 ชั่วโมง 20 นาที เหมือนเรากำลังนั่งดูพล็อตรองที่ถูกฉายต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนทำให้พล็อตหลักถูกกลืนหายไปจนหมด ถึงได้เข้าใจที่มาความชวนงงเมื่อตอนได้เห็นเทรลเลอร์ครั้งแรก

    ถ้าจะต้องสรุปง่ายๆ Mickey 17 เหมือนเป็นการรวมกันของ หน่วยทดลอง unit 731 + เด็นจิ (Chainsaw Man) + Okja หนังเต็มไปด้วยการเสียดสีการเมืองและสังคมที่ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ผกก.ให้ความสนใจมาเป็นระยะเวลานาน ถึงแม้ว่าส่วนตัวจะค่อนข้างเบื่อกับรูปแบบการนำเสนอประมาณนี้ แต่มวลรวมของมันก็ไม่ถึงกับเลวร้ายจนเกินไป (ขอบคุณโรเบิร์ต แพททินสัน) คงต้องบอกว่าแม้ Mickey 17 อาจจะไม่ใช่หนังที่ดูสนุกนัก แต่ก็ไม่เลวที่จะลิ้มลองสักครั้ง

    สามารถดู Mickey 17 ได้ในแอป Max

    🙂

  • #004

    Nickel Boys (2024)
    Directed by RaMell Ross

    พอรู้ว่าหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตของเด็กผิวสีเลยต้องทำใจนิดหน่อยก่อนดู เพราะจากประสบการณ์ หนังที่เล่าเรื่องราวชีวิตคนดำที่ถูกกดขี่มักจะดราม่าเร้าอารมณ์ไปจนถึงขั้นฟูมฟาย คือรู้แหละว่าเรื่องจริงมันโหดร้ายและระหว่างที่ดูก็มักจะรู้สึกโกรธแค้นด้วย แต่พอเจอเยอะๆ เข้า บางทีเราก็ไม่ได้อยากดำดิ่งไปอยู่ในช่วงอารมณ์นั้นมากนัก

    โชคดีที่ Nickel Boys เล่าเรื่องด้วยวิธีที่ค่อนข้างต่างและท้าทาย ด้วยความที่ผกก. RaMell Ross เป็นช่างภาพที่หลงใหลในการทำสารคดีเขาจึงมีไอเดียที่จะถ่ายทอดเรื่องราวในมุมมองแบบ POV หรือมุมมองแทนสายตาตัวละครเป็นหลัก แถมทำออกมาได้ถึงมากๆ

    หัวเชื้อของ Nickel Boys เริ่มมาจากนิยายรางวัลพูลิตเซอร์ที่อิงมาจากเรื่องจริงของความโหดร้ายในอดีต เล่าถึงชีวิตของเอลวูด เด็กหนุ่มผิวสีที่มีความรู้ความสามารถ เขาดูจะมีอนาคตที่สดใส กำลังจะได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยในตัวเมือง แต่แล้ววันหนึ่งทุกอย่างก็ต้องสะดุด เพียงแค่เขาถูกชวนขึ้นรถคนแปลกหน้าระหว่างเดินทางไปเรียน ซึ่งปรากฏว่ารถคันนั้นถูกขโมยมา เอลวูดจึงโดนร่างแหไปด้วยและถูกส่งเข้าสถานพินิจ ท่ามกลางโลกยุคที่การเหยียดผิวยังคงเข้มข้นรุนแรง ไม่มีการแบ่งแยก ไม่ว่าผู้ใหญ่หรือเด็ก…

    เมื่อต้องมาเป็นเวอร์ชันภาพยนตร์ RaMell Ross เลือกที่จะให้ผู้ชมร่วมสังเกตการณ์ผ่านสายตาของตัวละครเอก ตั้งแต่เด็กจนโต ด้วยการปะติดปะต่อภาพเหมือนงานคอลลาจตัดแปะที่ถูกร้อยเรียงราวบทกวี ปราศจากความเร่งเร้าสไตล์ฮอลลีวูด แต่ให้เราค่อยๆ ดื่มดำกับโมเมนต์ธรรมดาๆ ในชีวิต คล้ายๆ กับมังงะแนว slice of life แถมมาในเฟรมภาพสัดส่วน 4:3 ซึ่งถูกใจอีช้อยนักแล ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่า Nickel Boys จะเรื่อยๆ มาเรียงๆ ตั้งแต่ต้นยันจบ เพียงแต่ตัวหนังค่อยๆ ไต่ระดับความพีคอย่างเป็นธรรมชาติ จากหนึ่ง ไปถึงร้อย กระทั่งระเบิดออกในตอนท้าย ฝากร่องรอยความสวยงามของภาพยนตร์ และความจริงที่เจ็บปวดของประวัติศาสตร์ ไว้ในความทรงจำของเรา

    ปัจจุบัน Nickel Boys สามารถดูได้ในแอป Prime

    🙂