YAH!

Young at Heart

  • #014

    Mobile Suit Gundam GQuuuuuuX (Series, 2025)
    Episodes: 12
    Directed by Kazuya Tsurumaki
    Produced by Sunrise x Studio Khara

    หนักใจนิดหน่อยที่จะเขียนถึงอนิเมะเรื่องนี้55 ด้วยความที่กันดั้มจีควักซ์ถูกจัดทำโดยสตูดิโอ Khara ซึ่งเป็นสตูดิโอโปรดผู้ผลิตอนิเมะในดวงใจระดับปลายพีระมิดอย่าง Neon Genenis Evangelion และ FLCL แต่หลังจากรับชมแล้วกลับรู้สึกว่ามันไม่แตะจุดที่คาดหวังซักเท่าไหร่ และถึงแม้จะดูแบบไม่คาดหวังอะไรก็ยังเชื่อว่าอนิเมะเรื่องนี้มีปัญหาอยู่ดี

    ก่อนออกฉายบน Prime กั้นดัมจีควักซ์ได้โปรโมทด้วยภาพดีไซน์ตัวละครกับหุ่น ซึ่งทำให้เกิดกระแสพูดคุยมากมายบนโลกอินเตอร์เน็ต 1. การที่สตูดิโอ Khara เป็นผู้จัดทำตามที่บอกไว้ข้างต้น ได้สร้างกระแสไฮป์ในกลุ่มแฟนอีวานเกเลียนที่มีอยู่ทั่วโลก 2. ดีไซน์ตัวละครที่ออกมาสวยงามและเป็นมิตรกับคนดูมากๆ ด้วยฝีมือของศิลปินคนเดียวกันกับที่ออกแบบเกมโปเกมอน 3. ดีไซน์หุ่นกันดั้มที่ค่อนข้างแหวกขนบจากผู้ออกแบบหุ่นอีวาจนทำกระแสแตกออกเป็นสองฝั่งทั้งชอบและไม่ชอบ จนกระทั้งอนิเมะเริ่มออกฉายก็ดูเหมือนผลตอบรับจากแฟนกันดั้มจะออกมาในทิศทางที่ดีอยู่ (คิดว่านะ จากตรงนี้เป็นต้นไปเป็นช่วงที่เราไม่ค่อยมีเวลาเข้าไปเช็คในคอมมูเพราะติดงาน และกลัวโดนสปอยล์ด้วย)

    ไอเดียหลักของกันดั้มภาคจีควักซ์เกิดจากคำว่า ‘What if’ หรือ ‘ถ้าเกิดว่า…’ เพื่อบอกเล่ามุมมองที่ผกก.คิดว่าน่าสนใจนั่นคือการตีความใหม่ของ ‘สงครามหนึ่งปี’ (One Year War) ส่งผลให้ในโลกของจีควักซ์ซีออนจึงเป็นฝ่ายชนะสงครามจากผลงานการเขียนบทของ 2 บุคคลนี้คือ 1. ฮิเดอากิ อันโนะ รับผิดชอบแก้ไขประวัติศาสตร์ช่วงสงครามหนึ่งปี 2. โยจิ เอโนคิโดะ พัฒนาเรื่องราวช่วง U.C.0085 หรือก็คือช่วง 5 ปีหลังสงครามนั่นเอง ซึ่งเนื้อหาจากอดีตและปัจจุบันจะถูกเชื่อมโยงโดยตัวละครหลักที่มีชื่อว่า ชาเลีย บูลล์

    ทำไมถึงต้องเป็น ชาเลีย บูลล์ เหตุผลง่ายๆ คือ ซึรุมากิ(ผกก.) และเอโนคิโดะ(คนเขียนบท)ชอบ 555 ทั้งสองเห็นตรงกันในแง่ที่ว่าชาเลียเป็นตัวละครนิวไทป์ที่แตกต่างจากนิวไทป์คนอื่นๆ ซึ่งมักจะค่อนข้างเด็กมีอารมณ์ไม่มั่นคงไปจนถึงขั้นไร้เดียงสาในบางเรื่อง กลับกันเขามีความเป็นผู้ใหญ่ มีวิจารณญาณ และได้รับบทบาทน้อยไปสำหรับภาคออริจินอล นั่นจึงเป็นโอกาสดีที่พวกเขาจะได้ถ่ายทอดมุมต่างๆ ที่ลึกขึ้นของตัวละครนี้แก่แฟนกันดั้ม

    สำหรับเรา Mobile Suit Gundam GQuuuuuuX อาจจะประสบความสำเร็จในด้านของการออกสินค้าตามมา ไม่ว่าจะเป็นกันพลาหรือจะเป็นโมเดลอะไรอื่นๆ ซึ่งขนาดเราเห็นยังอยากได้เลย 55 ดีไซน์หุ่นเค้าเท่จริงๆ โดยเฉพาะเจ้า Zaku เวอร์ชันใหม่นี่… โดนกูแน่ๆ 55 แต่อย่างไรก็ตามในแง่การเล่าเรื่องเราถือว่าล้มเหลว แม้ว่าฉากหน้าจะกอปรไปด้วยแอนิเมชันลื่นใหล มีฉากต่อสู้เท่ๆ และเต็มไปด้วยตัวละครที่มีเสน่ห์ แต่ทั้งหมดนั้นกลับให้ความรู้สึกกลวงเปล่าไม่สามารถจับต้องได้

    จากการวิเคราะห์เอาเอง เราคิดว่าสาเหตุนี้เกิดจากการที่อนิเมะมีจำนวนตอนน้อยเกินไป(12 ตอนจบ) นั่นทำให้ทีมงานต้องพยามยัดไอเดียที่มีอยู่มากมายลงไปให้หมด จึงเป็นสาเหตุของการเล่าเรื่องที่รวดเร็วเกินไปมากๆ จนไม่สามารถลงดีเทลอะไรได้เลย เราไม่รู้สึกผูกพันธ์กับตัวละครซักนิด ทั้งมาชู เนี๊ยง ชูจิ ตัวละครหลักที่ควรจะดึงให้คนดูเอาใจช่วยกลับไร้ซึ่งมิติ ยกตัวอย่างง่ายๆ มันแตกต่างกันเมื่อคุณจะสื่อให้ผู้รับสารเห็นว่าตัวละครตัวนี้รู้สึกโดดเดี่ยว วิธีที่ดีไม่ใช้การบอกโต้งๆ แบบโพล่งออกไป แต่ต้องใช้เวลาทำให้คนดูเชื่อผ่านเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งอนิเมะเรื่องนี้ไม่สามารถทำได้ นั่นทำให้ตัวละครในจีควักซ์จับต้องไม่ได้เลย

    และสำหรับใครที่บอกว่ากันดั้มภาคนี้เป็นมิตรกับคนดูหน้าใหม่ เราขอตอบตรงนี้เลยว่า “ไม่จริงค่ะ” 55 อย่ามามั่ว แค่เส้นเรื่องหลักถูกพัฒนามาจากต้นฉบับก็ไม่ใช่แล้ว อนิเมะเรื่องนี้เป็นเซอร์วิสสำหรับแฟนกันดั้ม เพียงแต่ถูกบอกเล่าออกมาในมุมมองที่สดใหม่ และอุดมไปด้วยศัพท์เทคนิคพร้อมเนื้อหาที่ต้องปีนกระไดดูตามแบบฉบับของ Studio Khara ที่ข้าจะไปทางนี้ เอ็งไปหาวิธีเดินตามเอาละกัน ตอนเด็กๆ มันก็สนุกดีกับการมานั่งตีความ ย่อยแล้วย่อยอีก แต่นี่แก่แล้ว บางทีก็เบื๊อเบื่อแบบเอ็งเก็บไว้ดูเองไม๊วะ บางทีข้าก็เหนื่อยกับชีวิตเหมือนกันหว่ะ 555

    เสียดายที่ถ้าทีมงานสามารถใส่รายละเอียดต่างๆ ได้มากกว่านี้เราคิดว่ามันจะเป็นอนิเมะชั้นเยี่ยมที่ชวนให้คนดูพูดคุยกันอย่างออกรสเรื่องนึงเลย แต่ ณ ตอนนี้ต้องยอมรับว่าบาดแผลที่เกิดขึ้นมันใหญ่จริงๆ ความกลวงเปล่าของตัวละคร กับเนื้อหาที่ขาดเหตุและผลที่เพียงพอมารองรับมันทำให้ยากที่จะเสียเวลาดูรอบสองเพื่อเก็บดีเทลต่างๆ ทั้งหมดทั้งมวลนี้อาจจะดูรุนแรงแต่เมื่อถอยออกมามองภาพรวมก็ใช่ว่า Mobile Suit Gundam GQuuuuuuX จะเลวร้ายนัก ด้วยมาตรฐานของทีมงานที่ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะงานอาร์ต และเพลงประกอบที่เราจับใส่ Playlist เอาไว้ฟังไปได้อีกนาน

      🙂

  • #012

    ช่วงนี้ภาพยนตร์เรื่อง 5 Centimeters Per Second ฉบับ Live-Action เริ่มทยอยปล่อยตัวอย่างออกมาเรื่อยๆ ซึ่งตอนที่ได้เห็น Teaser ตัวแรกก็น่าสนใจดีในแง่ของวิชวลที่เป็นภาพฟุ้งๆ ชวนฝัน แต่โดยรวมก็ยังเฉยๆ อยู่ 55 ซึ่งเดาว่าแฟนส่วนใหญ่ของอาจารย์ชินไคน่าจะรู้สึกคล้ายๆ กันแหละมั้ง เพราะอนิเมะมันสมบูรณ์ในตัวของมันเองตั้งแต่เวอร์ชันต้นฉบับแล้ว เพียงแต่ทางฝั่งทีมผู้จัดเค้าคงเห็นช่องทางทำเงิน 55 รวมถึงความเป็นไปได้ของรสชาติใหม่ๆ ในอีกรูปแบบนึง

    ว่ากันด้วยจุดแข็งของ 5 เซนฯ คือมวลความเหงาและวิธีเล่าอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของอาจารย์ชินไค ซึ่งยากเกินกว่าจะเลียนแบบแล้วทำออกมาได้ถึงขนาดนั้น แม้แต่ตัวอาจารย์เองเราว่าให้ทำเหมือนเดิมก็คงทำไม่ได้ ราวกับป็นสิทธิ์พิเศษเฉพาะช่วงวัยและตัวตนของเค้าในขณะนั้น อย่างไรก็ตามยังมีอีกสิ่งนึงที่เป็นเสมือนจิตวิญญาณของอนิเมะเรื่องนี้ นั่นคือบทเพลงที่มีชื่อว่า ‘One More Time, One More Chance’

    นี่คือสิ่งที่ทำให้ 5 Centimeters Per Second ฉบับ Live-Action กลับดูมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ และเชื่อมต่อกับโลกอันเปล่าเปลี่ยวที่เราคุ้นเคย โลกใบที่ทำให้เราซึมเป็นส้วมเมื่อครั้งยังเด็ก 55 กับความรู้สึกว่าชีวิตแม่งก็ยังงี้สินะ ตัวเพลงอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกโหยหาพร้อมท่วงทำนองหม่นเศร้า ซึ่งชินไคก็ฉลาดพอที่จะเลือกจับเอาสิ่งนั้นมาใส่ไว้ในผลงานของตัวเองจนทำให้อนิเมะเรื่องนี้ครบถ้วนในทุกมิติตามที่เขาต้องการ ณ จุดที่ภาพและเสียงได้หลอมรวมกันในระดับที่มีคนบอกว่า ถ้าหนังเรื่องนี้(ฉบับคนแสดง)ไม่มีเพลง One More Time, One More Chance มันก็ไม่ใช่ 5 เซนฯ

    5 Centimeters Per Second ฉบับ Live-Action มีกำหนดฉายในญี่ปุ่นวันที่ 10 ตุลาคม 2025 แม้ข่าวคราวในไทยจะยังไม่มีความเคลื่อนไหว แต่คิดว่า Distributor คงไม่พลาดแน่นอน ใครอยากดิ่งกันอีกรอบก็รอติดตามข่าวสารกันให้ดีๆ แล้วไปดูกันว่าความเร็วของกลีบซากุระที่จะร่วงหล่นในคราวนี้ จะพาใจเราไปได้ไกลขนาดไหน

    🫣

    Trailer: https://www.youtube.com/watch?v=OOc1k8liv08